ทุกวันนี้คนในสังคมให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องการจ้างงานคนพิการเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามไป
ถึงแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายรองรับการจ้างงานคนพิการ แต่หลายบริษัทก็ยังปฏิเสธการจ้างงานคนพิการอยู่ อาจเป็นเพราะเข้าใจว่าคนพิการไม่สามารถทำงานได้เหมือนกับทุกๆ คนในสังคม การที่บริษัทเปิดโอกาสให้คนพิการได้แสดงศักยภาพ ความสามารถที่พวกเขาทำได้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมเข้าใจความพิการ และเข้าใจความหลากหลายของคนในสังคมมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความเท่าเทียมในสังคมอย่างแท้จริง
ถึงแม้ตัวเลขการจ้างงานในสังคมไทยยังน้อยอยู่ แต่ยังมีบริษัทจำนวนไม่น้อยทั่วโลกเปิดโอกาสให้คนพิการแสดงศักยภาพเพื่อโอบรับความหลากหลายในสังคมอย่างแท้จริง
วันนี้ เราจะชวนทุกคนไปดูบริษัทที่เปิดโอกาสให้คนพิการเข้าไปทำงาน และออกแบบการทำงานที่สามารถดึงศักยภาพคนพิการออกมาได้อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้คนพิการได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างเท่าเทียม


บริษัท Microsoft
Microsoft เป็นบริษัทระดับโลกที่เห็นถึงความสำคัญในการจ้างงานคนที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะคนพิการประเภทออทิสติก ตั้งแต่ปี 2015 โดยมีโครงการ Autism Hiring Program เพื่อให้โอกาสคนที่มีภาวะออทิสติกได้มีโอกาสได้รับการจ้างงาน
ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น Neurodiversity Hiring Program เนื่องจากบริษัทได้มีการโอบรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางระบบประสาทเข้ามาทำงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความพิการเท่านั้น เช่น คนสมาธิสั้น หรือคนที่มีการอ่านบกพร่อง
เพราะ Microsoft เข้าใจว่าคนที่มีภาวะออทิสติกบางคนอาจไม่ถนัดนั่งสัมภาษณ์ แต่มีความสามารถทางเทคนิคและความแม่นยำสูง จึงเปลี่ยนระบบสัมภาษณ์มาเป็น “Interview Academy” หรือชื่อที่ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Hiring Academy” ซึ่งสัมภาษณ์โดยให้ลงมือปฏิบัติจริง แทนการนั่งสัมภาษณ์เพียงแค่ 1 ชั่วโมง ทำให้การคัดเลือกบุคลากรที่เป็นคนพิการ อาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าคนพิการที่มีภาวะออทิสติก จะสามารถทำงานได้จริง
โดยกระบวนการการคัดเลือกมีดังนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับผู้จัดการ การทดลองทำงานในสภาพแวดล้อมจริง การทดลองการสัมภาษณ์ การให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ และการสัมภาษณ์รอบสุดท้าย รวมถึงได้สนับสนุนการจ้างงานในระยะยาว
นอกจากนี้ Microsoft ยังมีเว็บสำหรับจัดหางานให้คนพิการโดยเฉพาะ โดยจะครอบคลุมตั้งแต่ตำแหน่งที่เปิดรับ กระบวนการคัดสรรคนพิการเข้าทำงาน สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้และอีกมากมาย รวมถึง Microsoft ยังเข้าร่วมงาน Ability Career Fair เพื่อรับสมัครคนเข้ามาทำงานในองค์กรอีกด้วย
Microsoft ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนออทิสติกเป็นอย่างมาก และมองเห็นว่าถึงออทิสติกจะมีข้อจำกัดบางประการแต่บางคนเขามีความแม่นยำสูงทำให้สามารถทำตำแหน่ง เช่น QA ได้ดี และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Microsoft โอบรับความหลากหลายอย่างแท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก : Microsoft

บริษัท Starbucks
Starbucks ให้การสนับสนุนคนพิการทางการได้ยินอย่างชัดเจน โดยมีสาขาหน้าร้านหลายสาขาทั่วโลก เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย และอีกมากมาย ที่เป็น“Signing Store” หรือการสื่อสารที่ใช้ภาษามือเท่านั้น ทำให้ไม่ว่าจะเป็นพนักงานคนพิการทางการได้ยิน หรือพนักงานทั่วไป ต้องสื่อสารภาษามือได้ทุกคน ถึงแม้โดยส่วนมากพนักงานในร้าน “Signing Store”จะเป็นพนักงานที่มีคนพิการหูตึง หูหนวก หรือพูดไม่ได้ก็ตาม
จุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความพิการทางการได้ยินให้กับพนักงานและลูกค้ามากขึ้น รวมถึงทำให้สามารถบริการคนพิการทางการได้ยินได้อย่างเท่าเทียม สาขาที่เป็น “Signing Store” บางแห่งจะมีการจัด workshop สอนภาษามือ เตรียมสมัครงาน แสดงงานศิลปะ ฯลฯ อีกด้วย
Starbucks มีกระบวนการรับเข้าพิการเข้ามาทำงานในองค์กร เช่น ประเทศแคนาดา มีนโยบายอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการตามคำขอ เช่น การสอนงาน ปรับวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับความพิการของแต่ละคน
Starbucks จึงเป็นบริษัทตัวอย่างที่โอบรับความหลากหลาย และมีความเท่าเทียมอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้บริษัททั่วโลกสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการจ้างงานคนพิการได้นั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก : Starbucks

บริษัท Apple
Apple ได้มีการสนับสนุนคนพิการทางสายตา ด้วยความเชื่อที่ว่าคนทุกคนต้องเข้าถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน มีการจัดสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับคนพิการ
Apple มีการรับคนพิการเข้ามาฝึกงานก่อน พอมองเห็นศักยภาพจากการลงมือทำจึงรับคนพิการเข้ามาทำงานในระยะยาว เช่น ในตำแหน่งวิศวกรทีมออกแบบและควบคุมคุณภาพด้านการเข้าถึง
อีกทั้งยังพัฒนาแอปพลิเคชันเฉพาะของ apple เพื่อช่วยเหลือพนักงานและลูกค้าที่เป็นคนพิการทางสายตา เช่น VoiceOver Braille รวมถึงช่วยคิดค้นฟีเจอร์ให้ผู้พิการทางสายตาสามารถรู้เวลาได้ผ่านการสั่นของ Apple Watch อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : Apple, 9to5mac

บริษัท Sansiri
Sansiri ได้เริ่มจ้างงานคนพิการให้เข้ามาทำงานในบริษัทตั้งแต่ปี 2566 โดยเริ่มจากผู้พิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว สะท้อนความเชื่อว่าศักยภาพของบุคคลไม่ควรถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย และแสนสิริยังเปิดโอกาสให้คนพิการได้ทำงานตามความสนใจ โดยไม่จำกัดกรอบอาชีพอีกด้วย
จนกระทั่งปี 2568 แสนสิริอยากขยายการสนับสนุนความเท่าเทียมออกไปสู่ Sansiri Community โดยผลักดันให้เกิดการต่อยอดการจ้างงานคนพิการสู่บริษัทในเครือ จึงเกิดเป็นแคมเปญ Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม ด้วยการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความพิการ และให้คนพิการได้แสดงศักยภาพด้วยการจ้างงานจริง
เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในตัวเองและควรได้รับโอกาสในการจ้างงานอย่างเท่าเทียม แสนสิริจึงร่วมมือกับ Habito สนับสนุนการจ้างงานคนพิการทางการได้ยิน มาทำงานในร้านอาหาร และได้มีการออกแบบวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับความพิการ ด้วยการเปิดโอกาสให้เขาได้ทำในอาชีพที่อยากทำ โดยไม่จำกัดกรอบอาชีพ
โดยรับน้องวา มนัสชญา บุตรพรม ซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยิน ไม่สามารถพูดได้ เข้ามาทำงานในร้านอาหาร Fuzzypuppy Deli&Wine ซึ่งน้องวาได้รับการสอนงานและคำแนะนำ จนน้องวาสามารถทำงานในร้านได้คล่องแคล่วในปัจจุบัน ซึ่งน้องได้ทำอาชีพที่น้องใฝ่ฝันรวมถึงได้หารายได้ในเวลาว่างระหว่างเรียน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า เมื่อคนพิการได้ทำงานที่ตัวเองสนใจทำให้ผลงานมีประสิทธิภาพสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง
ขอเพียงแค่เปิดโอกาสให้พิสูจน์ แล้วจะเห็นว่า อุปสรรคทั้งร่างกายไม่ใช่ข้อจำกัดทางความสามารถ เพราะทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง ที่รอวันเปล่งประกาย
ทั้ง 4 องค์กรที่กล่าวไปข้างต้น คือ บริษัทที่ทำให้เห็นว่าคนทุกคนสามารถทำงานร่วมกับคนพิการได้ เพียงแค่ให้โอกาส เปิดใจและปรับตัวเข้าหากัน เราอยากให้บริษัทอื่น เปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามาทำงาน เพื่อสนับสนุนการเข้าใจความหลากหลายและผลักดันความเท่าเทียมในสังคมให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

